"ชมทิวทัศน์แม่ปิง เล่นน้ำตก ดูนก และแค้มปิง "
  • เปิดเวลา 08.00 น. - 17.00 น. (วันหยุดนักขัตฤกษ์ 08.00-20.00 น.)
  • ค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์ 30 บาท (ไม่รวมคนขับ) จักรยาน 10 บาท มอเตอร์ไซด์ 20 บาท
  • มีที่พักกางเต็นท์ ร้านสวัสดิการ (ต้องติดต่อล่วงหน้า 1 สัปดาห์) มีเรือแคนูใ้ห้เช่า
  • ติดต่อล่องแม่ปิงได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติ แม่ปิง (ล่วงหน้า 15 วัน) ค่าเช่าเรือ 1,500-2,000 บาท /15-20 คน หรือเรือนำเที่ยวของเอกชน บริเวณแก่งก้อ
  • ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติ แม่ปิง หมู่ 6 ต.แม่ลาน อ.ลี้ จ.ลำพูน 51110
  • โทร. 0-5351-8060
  • สำนักงานอุทยาแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร.0-2562-0760
     แหล่งท่้องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติแม่ปิง เรียงรายกไปตามเส้นทางหลวง 1087 (ลี้-บ้านก้อ) ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ทางราชการจัดสรรให้ราษฏรที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนภูมิพล บริเวณที่ทำการไม่มีจุดท่องเที่ยว พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรัง บนเทือกเขาตอนเหนือของอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อภูมิพล กิจกรรมท่องเที่ยวมีทั้งล่องแพไปตามแม่น้ำิปิงเหนือเขื่อนภูมิพล พายเรือแคนู เดินป่าระยะไกลไปยังน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ ดูนก ศึกษาธรรมชาติในป่าเต็งรัง

สถานที่ตั้ง และการเดินทาง
ที่ตั้ง :
  ต.แม่ลาน อ.ลี้
รถยนต์ส่วนตัว :
  จาก อ.ลี้ ใช้ทางหลวงหมายเลข 106 ไปทาง อ.เถิน จ.ลำปาง ประมาณ 3 กม. ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1087 สังเกต รพ.ลี้ อยู่มุมถนน เป็นถนนลาดยาง แต่แคบและคดเคี้ยว ระยะทาง 20 กม. ถึงที่ทำการ
รถรับจ้าง :
เหมารถุสองแถวจากตัวเมืองราคา 300 บาท


สิ่งที่น่าสนใจ

นั่งเรือชมทิวทัศน์แม่ปิง นอนในแพ

  • การเดินทาง
          จากที่ทำการไปตามทางหลวงหมายเลข 1087 ระยะทาง 25 กม. ผ่านบ้านก้อ เลี้ยวขวาไปอีก 9 กม. สุดถนนที่หน่วยพิทักษ์ฯ แก่งก้อ

          บริเวณแก่งก้อ มีทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำปิงตอนเหนือของเขื่อนภูมิพลที่สวยงาม นอกจากนี้นักท่องเที่ยวสามารถเหมาเรือหางยาวพาไปเที่ยวตามเส้นทางต่าง ๆ ดังนี้
    • เส้นทางด้านทิศใต้
      - เส้นทาง แก่งก้อ-อุ้มปาด-รร.เรือนแพ ระยะทางไปกลับ 20 กม. ใช้เวลา 2 ชม. ลงเรือที่หน่วยพิทักษ์ฯ แก่งก้อ ล่องไปทางทิศใต้ จุดแรกระยะทาง 1 กม. จะพบ ผาเต่า ถัดมาคือ ผาผางประทีป ห่างออกมาอีก คือ ผาพระนอน มีลักษณะคล้ายกับพระนอน ล่องเรือต่อมาถึง กม.9 จะพบผาผึ้ง ปัจจุบันชาวบ้านเปลี่ยนชื่อเรียกว่า ผาคาราบาว จุดหมายปลายทางคือ หน่วยพิทักษ์ฯ อุ้มปาด
      - เส้นทาง แก่งก้อ-อุ้มปาด-รร.เรือนแพ-ถ้ำช้างร้อง-พระธาตุแก่งสร้อย ระยะทางไปกลับ 60 กม. ใช้เวลา 4 ชม. จากหน่วยพิทักษ์ฯ แก่งก้อ ไปตามเส้นทางที่ 1 ผ่านผาแมว เลยไปอีก 2 กม. ถึงถ้ำช้างร้อง เรือจะหยุดชมภายในถ้ำ มีศาลาไม้สักสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของกษัตริย์ ถัดจากถ้ำช้างร้องมาอีก 3 กม. จะถึงดงจันทร์ผา ต่อจากนั้นผ่าน ผามุม หรือ ผาค้อน ต่อไปอีก 4 กม. ถึงพระธาตุแก่งสร้อย หรือเมืองโบราณจมน้ำ ปัจจุบันยังเห็นซากเจดีย์จมอยู่กลางน้ำ
    • เส้นทางด้านทิศเหนือ
      - เส้นทาง แก่งก้อ-ดอยฮ้อมแสน-น้ำตกอุ้มแป ระยะทางไปกลับ 20 กม. ใช้เวลา 2 ชม. จากหน่วยพิทักษ์ฯ แก่งก้อ จุดแรกจะพบ ผาเต่า ไปอีกราว 6 กม. จะถึงดอยฮ้อมแสน ไปอีก 3 กม. จะถึงน้ำตกอุ้มแป ซึ่งเป็นปลายทาง น้ำตกอุ้มแป มีลักษณะเป็นชั้นหินลดหลั่นกันลงมาประมาณ 10 ชั้น ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำปิง มีน้ำตลอดทั้งปี ในเที่ยวกลับ เรือจะแวะที่ดอยฮ้อมแสนอีกครั้ง เพื่อให้ชมฝูงค้างคาวบินออกจากถ้ำ

<<<กลับด้านบน

ชมทิวทัศน์แม่ปิง
      จุดชมวิวอยู่บนดอยกระตึก ฝั่งตรงข้ามหน่วยพิทักษ์ฯ แก่ง
ก้อต้องนั่งเรือข้ามไประยะทาง 1 กม. ค่าเรือคนละ 20 บาท ไม่จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว สอบถามได้ที่จุดสอบถามข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่แก่งก้อ จากนั้นต้องเดินขึ้นดอยชันระยะทางประมาณ 400-500 ม. จากจุดชมวิวดอยกระตึก สามารถมองเห็นแม่น้ำปิงไหลมาจากด้านเหนือ และเวิ้งทะเลสาบ สลับเทือกเขาและป่าเต็งรัง นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงาม

<<<กลับด้านบน

น้ำตกก้อหลวง (มีอาหาร เครื่องดื่ม เฉพาะวันหยุด)
 

  • การเดินทาง
          ห่างจากที่ทำการ 22 กม. ใช้ทางหลวงหมายเลข 1087 มุ่งหน้าไปบ้านก้อ เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกบ้านก้อท
    ุ่ง (ก่อนถึงบ้านก้อ 1 กม.) ไปอีก 1 กม. ผ่านบ้านก้อทุ่ง เลี้ยวซ้ายตรงวัดก้อทุ่งไปอีก 5.5 กม. ผ่านหน่วยพิทักษ์ฯ ก้อหลวง ขึ้นดอยชันไปอีก 1.5 กม. ถึงลานจอดรถ จากนั้นต้องลงเดินอีก 500 ม.

         เป็นน้ำตกที่ขึ้นชื่อที่สุดของอุทธยานแห่งชาติแม่ปิง สายน้ำจากห้วยแม่ก้อไหลผ่านหน้าผาหินปูนสูงประมาณ 20 ม. ลงมายังแอ่งน้ำขนาดใหญ่สีเขียวเบื้องล่าง เกิดเป็นลำธารน้ำผ่านลาดหินปูนอ่อนสีน้ำตาล นอกจากนี้ยังมีทางขึ้นไปชมน้ำตกชั้นบนซึ่งเป็นลำธารไหลผ่านหน้าผา และต้นไม้ใหญ่ลงมาสูงประมาณ 25 ม.
<<<กลับด้านบน

ตาดสวรรค์
     
 อยู่ด้านหลังร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม ไปตามทางเดินเท้า ลงเนินไปประมาณ 100 ม. ลักษณะเป็นวงน้ำและลำธารขนาดเล็ก น้ำเป็นสีเขียวขุ่น เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นน้ำกันมากที่สุด


<<<กลับด้านบน

น้ำตกตาดสะตอ
     
 เกิดจากลำธารน้ำตกก้อหลวงที่ไหลขนานมากับทางเดินเท้า และไหลตกลงมาจากผาหิน สูงประมาณ 15 ม. ลงมายังแอ่งน้ำสีมากต บริเวณหน้าผา ซึ่งเป้นหินปูนอ่อนสีน้ำตาล สายน้ำได้ชะเอาหินปูนมาสะสมทำให้เกิดลานหินงอกออกมาคล้ายหินย้อยดูแปลกตา แต่ไม่สามารถลงไปเล่นน้ำได้ เป็นเพียงจุดชมน้ำตกเท่านั้น
<<<กลับด้านบน

ทุ่งกิ๊ก (มีที่กางเต็นท์ เสียค่าธรรมเนียม 30 บาท/คน/คืน ติดต่อที่ที่ทำการ)

  • การเดินทาง
          ห่างจากที่ทำการ 14 กม. ใช้ทางหลวงหมายเลข 1087 ไปทางบ้านก้อ เลี้ยวซ้ายตามทางดินอัดผ่านป่าเต็งรังไปอีก 11 กม. สถาพทางไม่เหมาะกับรถเก๋ง ควรใช้รับขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือรถกระบะ

         เป็นทุ่งธรรมชาตื ลาดเนิน สลับกับป่าเต็งรัง มีพื้นที่ประมาณ 1,500 ไร่ มีทิวทัศน์งดงามมาก ช่วงเดือน ธ.ค.-ก.พ. จะมีกล้วยไม้ดินเหลืองแม่ปิงออกดอกบานเต็มทุ่ง ต้นฤดูฝนราว เดือน พ.ค. จะมีดอกกระเจียวบาน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งดูนกที่ดีแหล่งหนึ่ง สามารถพบเห็นนกหัวขวานหลายชนิด และยังเป็นจุดเริ่มต้นเดินป่าระยะไกลไปยังน้ำตกก้อน้อย ถ้ำ และป่าพระบาทยางวี
<<<กลับด้านบน

น้ำตกก้อน้อย

  • การเดินทาง
          ห่างจากทุ่งกิ๊กไปตามทางเดินเท้าระยะทาง 9 กม. ใช้เวลาเดินประมาณ 3-4 ชม.

         เป็นน้ำตกหินปูนขนาดกลาง มีห้าชั้น สูงประมาณ 35 ม. น้ำไหลผ่านโขดหินลงมาแลเห็นเป็นสีเขียวมรกต ด้านหน้าน้ำตกมีแอ่งน้ำ น้ำไม่เย็นจัดสามารถลงเล่นน้ำได้ น้ำตกบริเวณนี้มีตะกอนหินปูนขนาดเล็กอยู่ จึงรู้สึกคล้ายมีฝุ่นฝงจับผิวเมื่อตัวแห้ง
         นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปชมน้ำตกแต่ละชั้นได้ เพราะห่างกันประมาณ 50 ม. เท่านั้น แต่ต้องไต่ไปตามโขดหินเป็นระยะ ๆ ชั้นบนสุดเป็นเทือกเขา มองเห็นแม่น้ำปิง นอกจากนี้บริเวณน้ำตกยังมีที่กางเต็นท์ แต่ควรมีเจ้าหน้าที่นำทางไปด้วย
<<<กลับด้านบน

ถ้ำยางวี

  • การเดินทาง
          จากทุ่งกิ๊กเดินเท้าไปทางใต้ ระยะทาง 9 กม.

         เป็นจุดท่องเที่ยวที่ไกลที่สุดของอุทธยานแห่งชาติแม่ปิง มีแต่ทางเดินเท้าไปและกลับทางเดิมเท่านั้น ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่ปลอดจากการรบกวนของมนุษย์ ภายในมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม และเป็นที่อยู่ของค้างคาวนับล้านตัว มีความยาวจากปากถ้ำด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งประมาณ 150 ม. ภายในประกอบด้วยโถงถ้ำ ขนาดใหญ่สี่ห้อง ห้องแรกมีผลึกหินแก้วระยิบระยับในความมืด ถัดมาประมาณ 85 ม.เป็นโถงห้องที่ 2 มีหิ้นย้อยพลิ้วไหวเหมือนม่าน เรียกว่าม่านหินย้อย ห้องที่ 3 มีเสาหินเจ้าแม่ทับทิม และหินงอกหินย้อยที่ัยังก่อกำเนิดอยู่ จากนั้นจะผ่านอ่างเก็บน้ำเก่าซึ่งเป็นอ่างใส รองรับน้ำฝนที่หยดมาจากเพดานถ้ำ และห้องที่ 4 เป็นโถงถ้ำกว้างขวาง
         ระหว่างทางไปถ้ำยางวีประมาณ 10 กม. จากทุ่งกิ๊ก จะเป็นป่าสนสองใบ ผสมกับป่าเต็งรัง พื้นที่หลายพันไร่ บรรยากาศร่มรื่น เรียกว่าป่าพระบาทยางวี เนื่องจากภายในป่าสนแห่งนี้มีรอยพระพุทธบาทขนาด 0.80x1.20 ม. มีการสร้างศาลาครอบรอยพระพุทธบาทไว้ แต่ไม่มีประวัติความเป็นมา
<<<กลับด้านบน